วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ฤดูหนาวมาแล้วรับประทานอะไรดี




 เมื่อฤดูหนาวเริ่มเข้ามาเยือน ต้องดูแลสุขภาพ หลักง่ายๆ ของการดูแลสุขภาพโดยทั่วไป คือ ต้องดูแลร่างกายให้ ได้รับความอบอุ่น เริ่มกันตั้งแต่การรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม การทำความสะอาดร่างกาย ตลอดจนการดูแลสุขภาพด้านอื่นๆ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย
                    สำหรับการรับประทานอาหารในช่วงฤดูหนาว ควรเลือกรับประทานอาหารที่ร้อนและปรุงเสร็จใหม่ๆ ควรมีรสเปรี้ยวอมขมเล็กน้อย และรสเผ็ด เช่น แกงส้มดอกแค แกงขี้เหล็ก แกงป่า สะเดาน้ำปลาหวาน และน้ำพริก เพราะธรรมชาติจะปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ผักพื้นบ้านและพืชสมุนไพรในฤดูต่างๆ ก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน ในฤดูหนาว มักจะมีสมุนไพรพื้นบ้าน เช่น
สะเดา ซึ่งมีรสขม เมื่อกินแล้วจะช่วยแก้ไข้  ทำให้เจริญอาหาร
ขี้เหล็ก มีสรรพคุณช่วยระบาย
ดอกแคแก้ไข้หัวลม
และควรเลือกรับประทานผักพื้นบ้านที่มีอยู่ตามฤดูกาล ส่วนการเลือกเครื่องดื่มในช่วงหน้าหนาวนี้ ควรจะเป็นเครื่องดื่มร้อนๆ เช่น น้ำขิง ชาสมุนไพร เพื่อช่วยให้ชุ่มคอ ลดอาการไอ แก้หวัด ซึ่งป้องกันการเป็นหวัดในช่วงนี้ได้อีกทางหนึ่งด้วย

วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555


          ยาหอมมีสรรพคุณที่เขียนไว้ว่า บำรุงดวงจิต  เคยคิดสงสัยคำว่าดวงจิตนี่ คือ ส่วนไหนของเรากันแน่ สมองหรือว่าหัวใจ 

             ดวงจิตหรือหัวใจหรือดวงใจคือ  ความรู้สึกนึกคิด ความรัก ความโกรธ ความชอบ หรือพูดง่ายๆก็คืออารมณ์ ยาหอมจึงมีสรรพคุณ ช่วยในการปรับเปลี่ยนอารมณ์ และความรู้สึกให้แช่มชื่นนั่นเอง 


             เมื่อหลายปีก่อน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีการศึกษาพบว่ายาหอมไม่เพียงแต่ปรับเปลี่ยนอารมณ์ ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทยเท่านั้น  แต่ยังพบว่ายาหอมยังช่วยบำรุงหัวใจ  คือสามารถเพิ่มความแรงการบีบตัวของหัวใจ มีฤทธิ์เพิ่มความดันโลหิต ทั้งความดันค่าบน(systolic pressure) และความดันค่าล่าง(diastolic pressure)  สร้างสมดุลในการเพิ่มขึ้นของความดันโลหิต ให้อยู่ในปริมาณไม่มากจนเกินไป


             นอกจากผลต่อหัวใจและหลอดเลือดแล้วก็ยังพบว่า  ยาหอมมีฤทธิ์ต่ออัตราการไหลเวียนของหลอดเลือดสมอง โดยทำให้หลอดเลือดเล็กๆที่ไปเลี้ยงสมองขยายตัว ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเพิ่มขึ้น  และมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง และส่งผลต่อการนอนหลับ ช่วยให้นอนหลับสบาย และยังมีฤทธิ์ต่อระบบทางเดินอาหาร ช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียนในคนที่มีอาการเมารถเมาเรือเมาคลื่น  แม้กระทั่งนำมาผสมกับน้ำมะนาว อมแก้ไอก็ใช้ได้ผล 

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

คำสอนจากพ่อ (หมอวิรัติ)



ร้านวิรัติพานิช ผู้ผลิตและจำหน่ายยาหอมตราทับทิม (Yahom Tra Tabtim) 42-44 ถนนท่าช้าง อ.เมือง จ.อุทัยธานี 61000 โทร. 056-511389 หรือ 081-1725974 ติดต่อคุณนรินทร์ สวนศิลป์พงศ์
 Blog: yahomtratabtim.blogspot.com e-mail : narins@scb.co.th

                                     *************************************************************

                                       คำสอนจากพ่อ (หมอวิรัติ)

คำสอนของพ่อ ที่ได้เขียนบนกระดาษสีขาวมีรายเส้นสมุดเรียนในสมัย ก่อน มีใจความว่า

        ฟ่อนกระดาษที่ว่า" เงิน" อาจช่วยให้เราทำอะไรได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น แต่ไม่สามารถออกคำสั่งให้เรามีความสุขได้ มีความ เบิกบานใจก็ไม่ได้ ไม่สามารถออกคำสั่งให้ ไม่ต้องเจ็บป่วย ยืดเยื้อ เรื้อรัง หายปวดร้าว จากความทรมาน 

       เงิน ไม่สามารถออกคำสั่งให้ตนพ้นเคราะห์กรรมได้ นอกเสียจากเราจะไม่เชื้อเชิญมันเข้ามาในเส้นทางของชีวิตเรา หากเราระงับดับมันด้วยคุณงามความดีทางใจ อันคือคุณธรรม ความกว้างขวางแห่งใจ ที่มิได้คับแคบแค่ลูกเมียตน ญาติตนเพื่อนตน คิดถึงความยากลำบากของเพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน ไม่คิดเอาเปรียบใคร ไม่ว่าด้วยก้อนความคิดแบบใด ไม่ว่าด้วยวงจรกระแส ของการได้เงินมาอย่างเอาเปรียบกันในสังคม โดยที่ขาดการรู้จัก พิจารณาใคร่ครวญจากฝั่งของคุณงามทางใจ เป็นเหตุให้ 



 "ต้นใจ ในฝั่งลบ โตวันโตคืน มันจึงให้ดอกก่อน แล้วตามมาด้วยผลในแบบของมัน"

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วิธีการสั่งซื้อยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ยาลมจีนของดีเมืองอุทัยธานี


ยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ยาลมจีน ของดีเมืองอุทัยธานี ให้บริการจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ สามารถโทรสั่งซื้อได้ที่ 081-1725974 หรือ 056-330582 คุณนรินทร์ สวนศิลป์พงศ์

ยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ของดีเมืองอุทัยธานี มี 2 ขนาด คือ

1.) ขวดเล็ก ราคาโหลละ 220 บาท (รวมค่าจัดส่งแล้ว) 
      



2.) ขวดใหญ่ ราคาครึ่งโหล 330 บาท(รวมค่าจัดส่งแล้ว)
   



วิธีการสั่งซื้อ

1. จ่ายเงินโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขานครสวรรค์ บัญชีเดินสะพัดเลขที่ 506-3-02599-2 ชื่อบัญชี นายนรินทร์ สวนศิลป์พงศ์

2. เมื่อโอนเงินมาแล้ว โปรดแจ้งยืนยันรายการโอนเงินทางโทรศัพท์ ที่ 081-1725974 หรือแจ้งยืนยันโดยการส่ง SMS รายการโอนเงินและที่อยู่ที่ต้องการให้จัดส่งให้ มาที่เบอร์ดังกล่าว หรือ E-mail :narins@scb.co.th

3. จะดำเนินจัดส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 7 วัน หากยังไม่ได้รับของโปรดแจ้งมาที่ คุณนรินทร์ สวนศิลป์พงศ์ 081-1725974 อีกครั้ง

4. บริการจัดส่งทั่วประเทศ ที่ไปรษณีย์ไทยไปถึงครับ

5. สำหรับผู้ที่อยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ สามารถซื้อและรับยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) สำนักงานธุรกิจขนาดย่อม นครสวรรค์ ชั้น 3 (ตั้งอยู่บนสาขานครสวรรค์ ถนนโกสีย์ ตรงข้ามร้านขายผ้า เซวาร์สโตว์ สี่แยกไฟแดง)
ติดต่อคุณนรินทร์ สวนศิลป์พงศ์ โทร. 081-1725974

6. สำหรับผู้ที่สะดวกโอนเงินโดยผ่านตู้ ATM มีวิธีการโอนง่ายๆ แบบนี้นะครับ
6.1) หลังจากเข้ารหัสบัตร ATM แล้ว เลือกรายการอื่นๆ สำหรับตู้ ATM SCB
6.2) เลือก โอนเงิน
6.3) เลือก บัญชีที่บัตร ATM ของท่านใช้ (ออมทรัพย์ หรือเดินสะพัด)
6.4) เลื่อก ผู้รับโอน เลขที่บัญชี 506-3-02599-2
6.5) จำนวนเงินที่จะโอน
6.6) จะมีรายการแจ้งว่า โอนเงินจากบัญชีของท่าน เพื่อเข้าบัญชีผู้รับเงิน จำนวนเงิน ถ้าถูกต้อง กด OK
เป็นอันจบรายการ ข้อดี จะมี SMS แจ้งผู้รับโอนเข้ามือถือด้วยครับ


สถานที่่จัดจำหน่ายและสั่งซื้อได้จากสถานที่ดังต่อไปนี้
1. จ.อุทัยธานี (ร้านวิรัติพานิช สถานประกอบการ)
อ.เมือง โทร. 056-511389 ,08-9562-1775,08-5963-0802,08-1727-5099
อ.หนองขาหย่าง โทร.056-545017,081-172-5974
2. กรุงเทพฯ และปริมณฑล
สะพานควาย โทร. 02-2780767,02-6160708,081-4310319
ลาดพร้าว โทร.02-5390141,081-2741696,081-4247157
สุขุมวิท-ดอนเมือง โทร. 089-5282929,081-2979669,089-2054979
ห้วยขวาง-ดินแดง โทร.086-5551229,086-3127557
นนทบุรี-ประชาชื่น-ติวานนท์ โทร.02-5732940,081-8670014
นนทบุรี-บางบัวทอง โทร. 089-2054976 ,02-9209036,089-1637495
3. ต่างจังหวัด
จ.นครสวรรค์ โทร.056-883164,089-5628165
จ.นครสวรรค์ ต.ปากน้ำโพ โทร. 081-1725974 ,056-330582 คุณนรินทร์ สวนศิลป์พงศ์ ธ.ไทยพาณิชย์ สำนักงานธุรกิจ นครสวรรค์
จ.ชัยนาท-อ.วัดสิงห์ โทร. 081-9732009
จ.ชลบุรี-ศรีราชา โทร. 087-3251511,083-1190227

เคล็ดลับในการทานยาหอม



เคล็ดลับในการทานยาหอม
"ยาหอม" สรรพคุณบรรเทาอาการวิงเวียน แก้อาการเป็นลม และบำรุงหัวใจ ยังมีกลิ่นหอมชื่นใจ หน้าตาของยาหอมที่มักเคยคุ้นกันก็คือ ยาที่เป็นผงสีน้ำตาล เกิดจากการนำตัวยาสมุนไพรหลายชนิดมาเป็นส่วนผสม ตัวยาหลายตัวต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ว่าส่วนประกอบที่เป็นสมุนไพรของหอมของไทยก็บรรจุอยู่ในตัวยาหอมหลายตำรับ ไม่แพ้กัน
นอกจากสรรพคุณของยาหอมจะเป็นที่ประจักษ์ แก่ใจผู้ใช้ที่ได้มีประสบการณ์โดยตรงแล้ว ในทางวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ เภสัชศาสตร์ ม.มหิดล รศ. ดร.นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ และคณะ ได้ทำวิจัยเรื่องยาหอม ผลการศึกษายืนยันได้ว่าประสิทธิภาพของยาหอมนั้นดีจริง โดยบางตัวอาจเด่นในเรื่องช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ช่วยป้องกันคลื่นไส้อาเจียน บางตัวเด่นเรื่องเพิ่มการไหลเวียนเลือดในสมอง หรือเสริมฤทธิ์ยานอนหลับ คือทำให้นอนหลับดีขึ้นเมื่อกินยาหอมร่วมกับยานอนหลับ

สำหรับ หลักเกณฑ์ในการกินยาหอม นั้น หมอแผนไทยให้หลักไว้ว่า หากจะใช้เป็นยาบำรุง รับประทานได้วันละ 2 ครั้ง คือ

-ตอนเช้า เมื่อตื่นลืมตาก็รับประทานได้เลย
-และตอนกลางคืนก่อนล้มตัวลงนอน

เพราะทั้งสองช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ลมสงบ ยาหอมจะออกฤทธิ์ได้ดี และย้ำกันมาด้วยว่าคนทุกวัยใช้ยาหอมกันได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นหญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ไปจนถึงคนเฒ่าคนแก่

หมายเหตุ.- สำหรับวิธีการใช้ ยาหอมตราทับทิม(หมอวิรัติ) รับประทานครั้งละครึ่งช้อนชากับน้ำร้อน

***ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมไ้ด้ที่ http://www.thaihof.org****

ยาหอมตราทับทิม สินค้าโอทอป ระดับ 5 ดาว




ข้อมูลรายละเอียดสินค้าของ ยาหอมตราทับทิม


OPC ปี 2552 ระดับ 5 ดาว
รหัสผลิตภัณฑ์ (Code): 610506-SA001
ผลิตภัณฑ์ (Product) ยาหอม

รายละเอียดผลิตภัณฑ์
ยาหอม ตราทับทิม (รหัสโอทอป 610500605201)

สินค้าสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ 2552
ประเภทผลิตภัณฑ์ : สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร
ระดับดาว : 5 ดาว

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

โปรแกรมเที่ยวเมืองอุทัยธานี ใน 1 วัน


โปรแกรมเที่ยวเมืองอุทัยธานี ใน 1 วัน

      จากกรุงเทพฯ  มา จังหวัดอุทัยธานี โดยเส้นทางถนนพหลโยธิน แยกเข้าอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ลงแพขนานยนต์ ที่อำเภอมโนรมย์ (จ.ชัยนาท) เพื่อแวะ ชม วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) 

         วัดจันทาราม(วัดท่าซุง) เดิมเป็นวัดที่สร้างในสมัยอยุธยา มีโบสถ์ขนาดเล็ก ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติฝีมือช่างพื้นบ้าน เข้าใจว่าเขียนในสมัยหลัง บางภาพต่อเติมจนผิดส่วน สมบัติอีกชิ้นหนึ่งของวัด คือ ธรรมาสน์ ที่หลวงพ่อใหญ่ สร้าง ที่วิหารมีพระปูนปั้นมีลวดลาย ไม้จำหลักขอบหน้าบันเหลืออยู่ 2-3 แห่ง ด้านตรงข้าม กับวัดเป็นปูชนียสถานแห่งใหม่ มีบริเวณกว้างขวางมาก พระราชพรหมยาน(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) พระเถระผู้มีชื่อเสียงได้สร้างอาคารต่างๆ มากมาย เช่น พระอุโบสถใหม่ ภายในประดับและตกแต่งอย่างวิจิตร บานหน้าต่าง และประตูด้านใน เขียนภาพเทวดา โดยจิตรกรฝีมือดี
         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินมาตัดลูกนิมิตพระอุโบสถแห่งนี้ บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้ว และมีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้ามณฑป และ พระวิหาร ที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และศพของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย อาคารเหล่านี้ส่วนใหญ่มีลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกัน คือ สร้างด้วยโมเสกสีขาวใสเหมือนแก้ว นอกจากนี้ยังมีศาลาหลายหลัง ใช้เป็นสถานที่ฝึกสมาธิและมีที่พักให้ด้วย อาคารแต่ละหลังจะมีเวลาเปิด-ปิด ไม่ตรงกัน โดยจะเริ่มเปิดเวลา 10.30 น. และเปิดพร้อมเพรียงกันอีกครั้งเวลา 14.00 น.เป็นต้นไป  ..ข้อมูลจาก WWW.THEAWTHONG.COM





           พักเที่ยง แวะทาน ก๋วยเตี๋ยวเต็กเฮี๊ย เป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อทำเอง เนื้อนุ่มอร่อย จนต้องต่ออีกชาม บนถนนศรีอุทัย ถนนเลียบแม่น้ำสะแกกรัง  ใกล้กับเทศบาลเมืองอุทัยธานี   เอกลักษณ์อีกอย่างของร้านนี้ คือ มีเครืองปรุงให้เติมอย่างเดียว คือ น้ำตาล  และถ้าคุณสั่งชามที่ 2 เขาจะเสริฟให้ในชามเดิม ลองดูนะครับ



           แต่หากคุณต้องการชิมก๋วยเตี๋ยวไก่ที่อร่อยและเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี ลอง  “ก๋วยเตี๋ยวไก่  ท้าพิสูจน์ “ สามแยกไฟแดง เยื้องธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเดิมเป็นการขายแบบหาบเร่ ปัจจุบันเปิดเป็นร้านเล็กๆ 


             หลังอิ่มท้องแวะนมัสการวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ (ย้อนกลับนิดหนึ่งครับ)

        วัดปากคลองมะขามเฒ่า  เป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองมะขามเฒ่า (แม่น้ำท่าจีน) แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา  ไปทางอำเภอวัดสิงห์ประมาณ 20 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3183 กิโลเมตรที่ 36–37 เนื่องจากเดิมมีต้นมะขามเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัด วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่มีทิวทัศน์ที่สวยงามน่ารื่นรมย์ และมีชื่อเสียงด้านพระเครื่อง ด้วย
        วัดนี้มีความสำคัญ คือ เป็นวัดที่เคยมีพระเกจิอาจารย์ ชื่อดัง เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ซึ่ง ก็ คือ "พระครูวิมลคุณากร (ศุข)" หรือที่ชาวบ้านรู้จักในนาม "หลวงปู่ศุข" ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ ชื่อดังเป็นอาจารย์ของเสด็จใน "กรมหลวงชุมพรเขตตุอุดมศักดิ์" พระราชโอรสในรัชกาลที่5 บิดาแห่งกองทัพเรือ
         คุณจะได้พบกับภาพฝีพระหัตถ์กรมหลวงชุมพรเขตตุอุดมศักดิ์ ที่ท่านวาดให้หลวงปู่ศุขเมื่อตอนสร้างโบสถ์ และ ศาลา กุฏิเก่าหลวงปู่ศุข นมัสการ รูปหล่อหลวงปู่ศุข และกรมหลวงชุมพรเขตตุอุดมศักดิ์ ภาพถ่าย ที่มีมาตั้งแต่สมัยหลวงปู่ศุขท่านยังมีชีวิตอยู่ หุ่นขี้ผึ้ง หลวงปู่ศุข และมณฑปเก่าที่หลวงปู่ศุข ยังสร้างไม่ทันเสร็จ ก็ มรณะภาพเสียก่อน ทางจังหวัดได้บูรณะจนสวยงาม และ วัตถุโบราณ ที่เกี่ยวพันกับหลวงปู่ศุข 





        
ช่วงเย็น เข้าสู่ตัวเมืองอุทัยธานี อีกครั้ง
           ชมวิถีแห่ง สายน้ำสะแกกรัง สัมผัสความร่มรื่นของแม่น้ำสายหลักของเมือง ปรับจังหวะชีวิตให้เดินช้าลง ชื่นชมกับความงามตามธรรมชาติรอบๆ ตัว  ภาพบ้านเรือนแพเรียงรายอยู่ตลอดแนวลำน้ำ   หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแพหลังคาจั่ว หลังคาปั้นหยา ที่ถูกตกแต่งเป็นเรือนไม้สีธรรมชาติ  
           แวะชม "วัดอุโปสถาราม" หรือชื่อเดิมว่า "วัดโบสถ์มโนรมย์" วัดเก่าแก่ที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในวัดมีโบราณสถานโบราณวัตถุอันทรงคุณค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์เก่าแก่สถาปัตยกรรม 3 ยุค คือ สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือวิจิตรภายในโบสถ์และภายนอกฝั่งประตูทางเข้าโบสถ์
          นอกจากนี้ยังมี "มณฑปแปดเหลี่ยม" อันสวยงามสมส่วนและสุดคลาสสิค ที่ถือเป็นดังไฮไลท์สัญลักษณ์ของวัดโบสถ์ ซึ่ง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นรูปทรงแบบตะวันตก ซุ้มหน้าต่างมีลวดลายปูนปั้นประดับอย่างสวยงาม ทางขึ้นมณฑปเป็นบันไดวนด้านนอกดูสวยงาม      โดยเฉพาะยามที่แสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเย็น



            แวะซื้อของฝากก่อนกลับบ้าน
ไพพรรณ ตำนานขนมปังสังขยา
       ของฝากจากจังหวัดอุทัยธานี อีกหนึ่งอย่างคือ ขนมปังสังขยา สูตรออริจินอล ต้อง ร้านไพพรรณ...ร้านห้องแถวไม้เล็ก ๆ ตรงข้ามธนาคารกรุงไทย ถ.ศรีอุทัย นี่แหละตัวจริงเสียงจริงไม่มีสาขา ต้นตำรับขนมปังสังขยาเมืองอุทัยฯ


     ร้านยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ของดีเมืองอุทัยธานี สินค้าโอท๊อบ ที่อยู่บนถนนท่าช้าง หน้าร้านเห็นป้ายหมอวิรัติ ใกล้ธนาคารทหารไทย มีสมุนไพรแห้งตากแดดอยู่หน้าร้าน ต้นตำรับยาหอมตราทับทิม (ยาสามัญประจำบ้าน) สรรพคุณ  แก้ลม จุกเสียด หน้ามืด ตาลาย เวียนศีรษะ ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ คลื่นเหียนอาเจียน


        ช่วงเย็นก่อนกลับบ้าน แนะนำร้านนกน้อย ริมแม่น้ำสะแกกรัง บรรยากาศสบายๆ สงบ  
 นั่งดูแม่น้ำสบายตา ร้านเปิดเพลงเย็นๆ  อาหารไม่ได้หรูหราแต่อร่อยและราคาไม่แพง อาหารแนะนำ –ทอดมัน  ชิ้นใหญ่ ใช้เนื้อปลากรายเหนียวนุ่ม , แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย รสเผ็ดอ่อนๆ ไม่เข้มข้นมาก ,ปลาแรดทอดกระเทียม เนื้อแน่น อร่อยมาก

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สมุนไพรไทยต้านหวัด


สมุนไพรไทยต้านหวัด  

        อากาศที่เปลี่ยนแปลงเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวเย็น สลับไปมาจนร่างกายไม่อาจต้านทานได้ โดยเฉพาะไข้หวัด    โรคหวัด (Common Cold )  เป็นโรคที่พบได้ง่ายและบ่อยที่สุด เกิดจากการติดเชื้อไวรัสติดต่อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน โดยเฉลี่ยแล้วทุกคนจะติดเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของหวัดปีละหนึ่งครั้งทำให้ต้องสูญเสียแรงงาน เวลาเรียน และสิ้นเปลืองเงินทองเป็นจำนวนมาก


สมุนไพรไทยที่ช่วยต้านหวัด

         ตะไคร้   เป็นสมุนไพรที่คนไทยและคนจีนใช้ในการบรรเทาอาการหวัด และลดไข้หวัดใหญ่ แก้ไข้ แก้ปวดหัว มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกันได้ดีเยี่ยม ตะไคร้เหมาะสำหรับการบรรเทาอาการหวัด เพราะมีรสเผ็ดร้อน และมีน้ำมันหอมระเหยที่ทำให้ร่างกายอบอุ่น นอกจากนี้ยังช่วยผ่อนคลาย อีกทั้งการวิจัยในปัจจุบันยังสนับสนุนว่าน้ำมันหอมระเหยในตะไคร้มีฤทธิ์ใน การต้านไวรัสไข้หวัด อีกด้วย

วิธีทำน้ำตะไคร้ 

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

สรรพคุณ ยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ขนานแท้ดั้งเดิม


ยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ขนานแท้ดั้งเดิม จากจังหวัดอุทัยธานี
ร้านยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ที่อยู่บนถนนท่าช้าง  หน้าร้านเห็นป้ายหมอวิรัติ มีสมุนไพรแห้งตากแดดอยู่ ต้นตำรับยาหอมตราทับทิม (ยาสามัญประจำบ้าน)

สรรพคุณ   ใช้เมื่อมีอาการ เป็นลมหมดสติ แน่นหน้าอก ปวดท้อง,มึนศีรษะ,วิงเวียนหน้ามืด,อาหารเป็นพิษ,เครียด,นอนไม่หลับ,บำรุงครรภ์ บำรุงหัวใจได้ดีเยี่ยม ,เมารถ ,เมาเรือ ,ถอนพิษสุรา

เป็นยาแก้ลมกองละเอียด         
   - ใช้บำรุงหัวใจ,แก้อาการลมแน่นหน้าอก,ลมเสียดแทงหัวใจ
เป็นยา แก้อาการลมกองหยาบ   
   -  ใช้เมื่อปวดท้อง ,ท้องขึ้น,ท้องเฟ้อ ,อาหารไม่ย่อย,อาหารเป็นพิษ มีอาการคลื่นเหียนอาเจียน
เป็นยาครรภ์รักษา  
    - ช่วยบำรุงครรภ์,แก้อาการแพ้ครรภ์ และช่วยให้มีลมเบ่งเมื่อจะคลอดบุตร
เกี่ยวกับระบบประสาท  
   - ช่วยทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น,บำรุงเส้นประสาท สมอง ,แก้อาการมึนศรีษะ และเวียนศรีษะ
เป็นยาช่วยบำรุงระบบต่างๆ
    - บำรุงหัวใจ , สมอง  ,ตับ ,ไต ,ปอด   ใช้เมื่ออ่อนเพลีย ไม่มีแรง

วิธีรับประทาน      
      ชงในน้ำสุก  หรือ สำหรับผู้ที่ทานยายาก เทใส่ฝา เทเข้าปากและดื่มน้ำตามก็ได้

เวลาที่รับประทาน
1.  ก่อนนอนจริงๆ
2.  ก่อนลุกจากเตียงนอน หลังจากรู้สึกตัวลืมตาตอนเช้า
หรือ  ทานเมื่อรู้สึกมีอาการจะเป็นลม หัวใจสั่น แน่นหน้าอก หน้ามืด มึนศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดกระบอกตา แขนขาอ่อนแรง  ทานครั้งหนึ่งฝา หรือ 1 ช้อนชา

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

วิธีการสั่งซื้อยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ของดีเมืองอุทัยธานี


วิธีการสั่งซื้อยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ของดีเมืองอุทัยธานี

ยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ยาลมจีน ของดีเมืองอุทัยธานี ให้บริการจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ สามารถโทรสั่งซื้อได้ที่ 081-1725974 หรือ 056-330582 คุณนรินทร์ สวนศิลป์พงศ์

ยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ของดีเมืองอุทัยธานี มี 2 ขนาด คือ

1.) ขวดเล็ก ราคาโหลละ  220 บาท รวมค่าส่งแล้ว



2.) ขวดใหญ่ ราคาครึ่งโหล 330 บาท รวมค่าส่งแล้ว



วิธีการสั่งซื้อ

1. จ่ายเงินโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขานครสวรรค์ บัญชีเดินสะพัดเลขที่ 506-3-02599-2 ชื่อบัญชี นายนรินทร์ สวนศิลป์พงศ์

2. เมื่อโอนเงินมาแล้ว โปรดแจ้งยืนยันรายการโอนเงินทางโทรศัพท์ ที่ 081-1725974 หรือแจ้งยืนยันโดยการส่ง SMS รายการโอนเงินและที่อยู่ที่ต้องการให้จัดส่งให้ มาที่เบอร์ดังกล่าว หรือ E-mail :narins@scb.co.th

3. จะดำเนินจัดส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 7 วัน หากยังไม่ได้รับของโปรดแจ้งมาที่ คุณนรินทร์ สวนศิลป์พงศ์ 081-1725974 อีกครั้ง

4. บริการจัดส่งทั่วประเทศ ที่ไปรษณีย์ไทยไปถึงครับ

5. สำหรับผู้ที่อยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ สามารถซื้อและรับยาหอมตราทับทิม (หมอวิรัติ) ได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) สำนักงานธุรกิจขนาดย่อม นครสวรรค์ ชั้น 3 (ตั้งอยู่บนสาขานครสวรรค์ ถนนโกสีย์ ตรงข้ามร้านขายผ้า เซวาร์สโตว์ สี่แยกไฟแดง)
ติดต่อคุณนรินทร์ สวนศิลป์พงศ์ โทร. 081-1725974

6. สำหรับผู้ที่สะดวกโอนเงินโดยผ่านตู้ ATM มีวิธีการโอนง่ายๆ แบบนี้นะครับ

6.1) หลังจากเข้ารหัสบัตร ATM แล้ว เลือกรายการอื่นๆ สำหรับตู้ ATM SCB
6.2) เลือก โอนเงิน
6.3) เลือก บัญชีที่บัตร ATM ของท่านใช้ (ออมทรัพย์ หรือเดินสะพัด)
6.4) เลื่อก ผู้รับโอน เลขที่บัญชี 506-3-02599-2
6.5) จำนวนเงินที่จะโอน
6.6) จะมีรายการแจ้งว่า โอนเงินจากบัญชีของท่าน เพื่อเข้าบัญชีผู้รับเงิน จำนวนเงิน ถ้าถูกต้อง กด OK

เป็นอันจบรายการ ข้อดี จะมี SMS แจ้งผู้รับโอนเข้ามือถือด้วยครับ


สถานที่่จัดจำหน่ายและสั่งซื้อได้จากสถานที่ดังต่อไปนี้
1. จ.อุทัยธานี (ร้านวิรัติพานิช สถานประกอบการ)
อ.เมือง โทร. 056-511389 ,08-9562-1775,08-5963-0802,08-1727-5099
อ.หนองขาหย่าง โทร.056-545017,081-172-5974
2. กรุงเทพฯ และปริมณฑล
สะพานควาย โทร. 02-2780767,02-6160708,081-4310319
ลาดพร้าว โทร.02-5390141,081-2741696,081-4247157
สุขุมวิท-ดอนเมือง โทร. 089-5282929,081-2979669,089-2054979
ห้วยขวาง-ดินแดง โทร.086-5551229,086-3127557
นนทบุรี-ประชาชื่น-ติวานนท์ โทร.02-5732940,081-8670014
นนทบุรี-บางบัวทอง โทร. 089-2054976 ,02-9209036,089-1637495
3. ต่างจังหวัด
จ.นครสวรรค์ โทร.056-883164,089-5628165
จ.นครสวรรค์ ต.ปากน้ำโพ โทร. 081-1725974 ,056-330582 คุณนรินทร์ สวนศิลป์พงศ์ ธ.ไทยพาณิชย์ สำนักงานธุรกิจ นครสวรรค์
จ.ชัยนาท-อ.วัดสิงห์ โทร. 081-9732009
จ.ชลบุรี-ศรีราชา โทร. 087-3251511,083-1190227

เป็นลมหมดสติเพราะกรำแดด หรือ อยู่ในที่มีความร้อนจัด

เป็นลมหมดสติเพราะกรำแดด หรือ อยู่ในที่มีความร้อนจัด
 ทำให้เกิดอาการได้ ๒ รูปแบบ คือ
 ๑. อาการเป็นลมหน้าแดง
 ๒. อาการเป็นลมหน้าซีด

  ๑. อาการเป็นลมหน้าแดงเนื่องจากความร้อน เป็นการตอบสนองต่อความร้อนของร่างกาย อย่างรุนแรงที่สุด กลไกในสมองที่เป็นศูนย์กลางควบคุมการถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกายไม่ทำหน้าที่ตามปกติ อุณหภูมิของร่างกายขยับขึ้นสูงจนถึง ๑๐๕ ถึง ๑๑๐ องศาฟาเรนไฮต์ โดยผู้ป่วยไม่มีเหงื่อออกจากผิวหนังเลย ทำให้ความร้อนสะสมไว้ในร่างกายเป็นจำนวนมาก ผู้ป่วยมีใบหน้าและผิวหนังเป็นสีแดงร้อนผ่าว ก่อนปรากฏอาการผู้ป่วยมักอยู่กลางแดดหรือทำงานในที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน มีอาการนำคือ ปวดศีรษะ คลื่นเหียน อาเจียน วิงเวียน อ่อนเพลีย และเป็นลมหมดสติไปในที่สุด ผู้ป่วยหายใจเร็วและ ลึก ชีพจรเร็วและแรงอาจมีอาการชักกระตุกตามมา อาการเป็นลมหน้าแดงนี้ ทำให้ร่างกายของผู้ป่วยพิการ บางคนเสียชีวิตได้ จึงควรให้การช่วยเหลือโดยเร็วและถูกวิธี

  วิธีปฐมพยาบาล
 ๑. ควรพยายามลดอุณหภูมิของร่างกายให้เร็วที่สุด โดยนำผู้ป่วยมาสู่ที่อากาศเย็นกว่า ถอดเสื้อผ้าของผู้ป่วยให้เหลือน้อย ให้นอนหงาย ศีรษะและไหล่ให้สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย ทำให้ลำตัวเย็นลงโดยราดน้ำเย็นหรือเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น โดยเฉพาะบริเวณศีรษะควรให้เย็นลงเร็วที่สุด
 ๒. เมื่อผู้ป่วยฟื้นคืนสติ ให้ดื่มน้ำเย็น ห้ามให้น้ำชากาแฟ หรือสุรา อย่าให้ดื่มน้ำร้อน
 ๓. หากอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบนำส่งแพทย์ ขณะเดินทางให้เช็ดตัวด้วยน้ำเย็นตลอดเวลา

  ๒. อาการเป็นลมหน้าซีดเนื่องจากความร้อน เกิดจากผู้ป่วยได้รับความร้อนและเสียเหงื่อจากร่างกายจำนวนมากเป็นเวลานานๆ ทำให้ร่างกายขาดทั้งเกลือแร่และน้ำจากเหงื่อที่สูญไป ปริมาณของเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดต่างๆ ของร่างกายลดลงทำให้ผู้ป่วยอ่อนเพลีย หมดแรงและเป็นลมสิ้นสติไป ผู้ป่วยประเภทนี้ปลุกให้ตื่นได้ง่าย อุณหภูมิของร่างกาย มักอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือบางครั้งต่ำกว่าปกติ เช่น ต่ำถึง ๙๗ องศาฟาเรนไฮต์ ชีพจรอ่อนและเร็ว ใบหน้าและผิวหนังซีดเซียว เย็นและชุ่มเหงื่อ มักเป็นตะคริวของกล้ามเนื้อหน้าท้องและแขนขา

  วิธีปฐมพยาบาล
 ๑. ให้นำผู้ป่วยออกสู่ที่ร่มเย็น แต่อย่าให้ลมโกรกเพราะอาจหนาวสั่น คลายเครื่องแต่งตัวให้หลวม ห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่นพอควร ให้นอนศีรษะต่ำกว่าลำตัว
 ๒. ถ้ามีตะคริวของกล้ามเนื้อ ให้ประคบด้วยความร้อนหรือนวดเฟ้นด้วยมือ
 ๓. เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัว ให้ดื่มน้ำอุ่นมากๆ ควรจำไว้ว่าน้ำเปล่าหนึ่งขวดเหล้ากลมจุประมาณ ๗๕๐ ซี.ซี. และควรเติมเกลือแกงลงไป ครึ่งช้อนชา เพื่อชดเชยเกลือที่เสียไปจากร่างกาย
 ๔. อาจให้ผู้ป่วยดื่มน้ำชาหรือกาแฟอุ่นๆ เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจให้สูบฉีดเลือดดีขึ้น

 ***ขอบคุณข้อมูล"เป็นลมหมดสติ โดย พันตำรวจโท นายแพทย์พิพัฒน์ ชูวรเวช www.sanook.com***

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

กระดูกบาง ต้องทาน แคลเซียมเสริม


กระดูกบาง ต้องทาน แคลเซียมเสริม
        
    ผมไปตรวจสุขภาพประจำปี ปีนี้คุณหมอบอกว่า กระดูกบางกว่าเดิม ต้องทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพิ่ม หรือไม่ก็ ต้องหาแคลเซียมเม็ดมาทานเสริม จึงค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่เป็นแบบผม อย่างนี้นะครับ 


                 ข้อมูลโดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ  อธิบายว่า แคลเซียมเม็ด ทำมาจากหินปูนชนิดกินได้ นั่นก็คือ “แคลเซียมคาร์บอเนต” โดยแคลเซียมเม็ดนี้ 
มักมีสิ่งที่นิยมใส่ร่วมด้วย คือ บางชนิดทำจากแคลเซียมร่วมกับกรด เช่น “แคลเซียม ซิเตรท” ซึ่งจะดูดซึมได้ดีกว่าชนิดหินปูนคาร์บอเนต หรือใส่วิตามินซีกับวิตามินดีร่วมไปด้วย โดยเฉพาะแบบเม็ดฟู่ แต่ต้องระวังในคนเป็นโรคกระเพาะอาหาร
ส่วนแคลเซียมแบบที่ควรระวัง คือ แคลเซียมเม็ดราคาถูกมาก เพราะอาจทำมาจากกระดูกวัวควายป่น ซึ่งอาจได้ของแถมเป็นสารตะกั่ว ปรอท และโลหะหนักอื่น หรือทำมาจากหินปูนจากภูเขา ซึ่งร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้ อาจสะสมให้เกิดนิ่ว หรือกินเข้าไปเป็นเม็ดก็ยังถ่ายออกมาเป็นเม็ดได้เหมือนเดิม มีงานวิจัยชี้ว่า แคลเซียมจากอาหารสดจะช่วยลดการเกิดนิ่วในไตได้ แต่ถ้าเป็นแคลเซียมเสริมกินมากไป ควรระวังการจับตัวเป็นนิ่วในไตได้

ผู้ที่ควรกินแคลเซียม คือ
1.ผู้ที่กินอาหารสดไม่พอ โดยเฉพาะกุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย

2.ผู้ที่มีการใช้แคลเซียมเยอะมากกว่าปกติ
 เช่น สตรีมีครรภ์ ไม่อย่างนั้นอาจถูกลูกแย่งแคลเซียมจนฟันผุ หรือคนที่มีปัญหาต่อมไร้ท่อ ทำให้มีการดึงแคลเซียมออกจากกระดูกมากกว่าปกติ 

3.ผู้ที่เข้าวัยทอง
 เพราะมีโอกาสกระดูกพรุนสูงมาก โดยเฉพาะกระดูกบริเวณสันหลังบั้นเอว ข้อตะโพกและข้อมือ

4.ผู้เสี่ยงกระดูกพรุน
 เช่น คนที่ผอมบางกระดูกเล็ก คนสูบบุหรี่ มีประวัติครอบครัวเป็นกระดูกพรุน
ส่วนคนที่ไม่ควรกิน คือ
1.คนที่มีปัญหาเรื่องขับแคลเซียมออกไปไม่ได้ เช่น คนที่เป็นโรคไต

2.คนที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ
 เพราะแคลเซียมที่เกินอาจไปเกาะเป็นตะกรันหลอดเลือดหัวใจทำให้แข็งแต่เปราะและตีบตันง่าย

3.คนที่มีปัญหาเรื่องแคลเซียมสะสมตามตัวเช่น มีกระดูกงอกหรือเป็นนิ่วทางเดินปัสสาวะ
 
สำหรับการกินแคลเซียมต่อวัน แบ่งตามวัยเป็น 3 ช่วง ดังนี้
1.วัยเด็ก วันละ 200-500 มิลลิกรัม 

2.วัยผู้ใหญ่ วันละ 1,000 มิลลิกรัม
 

3.วัยทองกับสตรีมีครรภ์ วันละ 1,200 มิลลิกรัม


ถ้ากะประมาณก็กินราว 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ไม่ต้องกังวลว่าจะขาดจนเกินไป เพราะลำพัง เรากินอาหารถ้าได้ปริมาณที่เหมาะสมดังที่บอกก็จะเพียงพอมากแล้ว หรือถ้าท่านกินแคลเซียมเม็ดอยู่แล้วกลัวว่าจะได้เกินไป ก็ขอให้กินแคลเซียมเม็ดเพิ่มอีกเพียงเม็ดหรือครึ่งเม็ดก็พอ


สำหรับอาหารที่มีแคลเซียมเยอะ หากคนที่ไม่มีเงินพอซื้อแคลเซียมเม็ดกิน เช่น แกงคั่วหอยขม ปลาร้าสับ กุ้งจ่อม อึ่งแห้ง เขียดย่าง หมกปลาแก้ว แจ่วปลาร้า และกุ้งชุบแป้งทอด โดยพบว่า ปลาร้าสับ กุ้งจ่อม หมกเคย กุ้งฝอยชุบแป้งทอด จะมีปริมาณแคลเซียมระหว่าง 393.6-915.3 มก. ต่อ 100 กรัม เรียกว่ากินแค่ 1 ขีดก็ได้แคลเซียมพอ ๆ กับกินแคลเซียมเสริม 1 เม็ดเลยทีเดียว


วัตถุดิบอาหารแคลเซียม ที่เลือกกินง่ายแบบไทย ๆ นอกจากที่เราเคยรู้มีดังนี้

1.งาดำ รับประทานให้ได้ราว 2 ช้อนโต๊ะต่อวันจะได้แคลเซียมเกือบเท่ากับแคลเซียมเสริมทั้งเม็ดเช่นกัน

2.พริก กระถิน ใบยอ กะเพราโหระพา กระเจี๊ยบ ผักกาดเขียว ผักกวางตุ้ง ปวยเล้ง คะน้า
 เหล่านี้เป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีแต่มักถูกมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นผัก ให้กินวันละอย่างน้อย 3 ทัพพีร่วมกับอาหารแคลเซียมชนิดอื่น โดยเฉพาะพริกนั้น การกินพริกป่นวันละ 1-2 ช้อนชาได้แคลเซียมถึง 1 ใน 3 ของที่ต้องการต่อวัน 

3.กะปิและกุ้งแห้ง

4.เต้าหู้
 แต่ขอให้เลือกชนิดแข็งเช่นเต้าหู้ขาวแข็งจะดีกว่าแบบนิ่ม เพราะผ่านกระบวนการที่ช่วยเติมแคลเซียมโดยไม่รู้ตัว นั่นคือการใส่ “เจียะกอ” ซึ่งก็คือ “ยิปซัม” หรือแคลเซียมซัลเฟตนั่นเองครับ จึงทำให้เต้าหู้ชนิดนี้เป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีมากครับ 

5.นอกจากนั้นยังมีมากใน โยเกิร์ต และชีส
 ไม่ต้องกลัวอ้วนเพราะส่วนใหญ่เป็นโปรตีน แต่ถ้าเนยจะเป็นไขมัน

อย่างไรก็ตาม การกินแคลเซียมอย่างเดียวอาจทำให้ท้องผูกได้ เคล็ดลับ คือ ต้องกินร่วมกับ “แมกนีเซียม” ซึ่งได้จากผักและผลไม้ จะเห็นว่าเดี๋ยวนี้แคลเซียมเม็ดมักเติมแมกนีเซียมไปด้วย


****ข้อมูลจาก http://www.never-age.com****

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ดื่มชา ชนิดไหนที่เหมาะกับคุณ

"ดื่มชา ชนิดไหนที่เหมาะกับคุณ"

 เรื่องกินเรื่องดื่ม เป็นเรื่องของศาสตร์และศิลปะการดำรงชีวิต แม้แต่จิบหรือดื่มชา เครื่องดื่มยอดนิยม ยังมีวาระและโอกาสในการดื่ม มาดูกันว่า ชาแบบไหนเหมาะกับแต่ละคนอย่างไร
  1.) คนทำงานแบบใช้สมอง ซีเรียสเครียดทั้งวัน หรือนักเรียน นักศึกษาที่ตรากตรำอ่านตำรับตำราจนดึกดื่น ควรดื่มชามะลิ
  2.) ผู้รักการออกกำลังกาย หรือทำงานใช้แรงเสียเหงื่อมาก เหมาะกับ ชาอูหลง
  3.) ผู้ต้องผจญสูดดมอากาศเป็นพิษอยู่เสมอ อาทิ ผู้ขับขี่หรือไปมาด้วยรถจักรยานยนต์เป็นประจำ เหมาะกับ ชาเขียว
  4.) ผู้ที่ในแต่ละวันนั่งตัวติดกับเก้าอี้ ไม่ค่อยขยับเขยื้อนกายไปไหน ทั้งไม่ชอบออกกำลังกายด้วย ต้องชาเขียว หรือ ชาดอกไม้
  5.) ผู้ที่ชอบดื่มสุรา เครื่องดื่มมึนเมา ควรดื่ม ชาเขียว
  6.) ผู้นิยมกินเนื้อสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ เหมาะกับ ชาอูหลง
  7.) คนท้องผูก ปลดทุกข์แต่ละครั้งช่างทุกข์ทรมานเหลือเกินเหมาะกับ ชาผสมน้ำผึ้ง
  8.) คนมีระดับคอเลสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดสูง ต้องดื่ม ชาอูหลง หรือ ชาเขียว

  มนุษย์ยุคไฮเทคนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืน ได้ดื่มชาอะไรก็ได้ เป็นประจำจะดีมากๆ เรียกว่าว่างเมื่อไรคว้าแก้วน้ำชาข้างมือยกมาดื่ม สักอึกสองอึกแก้กระหาย จะช่วยป้องกันรังสีที่แผ่ออกมาจากเครื่อง อีกทั้งช่วยคลายเส้นคลายกระดูก ลดความอาการ
อ่อนเพลียได้อย่างชะงัดนัก

 ***ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.samunpri.com***